อัตราการเกิดข้อพิพาทมีการคํานวณอย่างไร และจะหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมข้อพิพาทได้อย่างไร

เราคํานวณอัตราการเกิดข้อพิพาทของผู้ขายโดยพิจารณาจากมูลค่ารวมของข้อเรียกร้องและยอดขายของผู้ขายในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ข้อเรียกร้องทั้งหมด รวมถึงมูลค่าการทำรายการของข้อเรียกร้องทั้งหมดที่ยื่นโดยตรงและยกระดับเรื่องให้ PayPal ช่วยตรวจสอบ ยกเว้นข้อเรียกร้องสำหรับการทำรายการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตลอดจนการปฏิเสธชำระเงินทั้งหมดจากผู้ออกบัตรหรือการตีคืนการชำระเงินโดยธนาคาร

อัตราการเกิดข้อพิพาทของผู้ค้าอาจเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างอัตรามาตรฐานกับอัตราสำหรับปริมาณสูงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สำหรับข้อพิพาทการทำรายการที่กำหนดใดๆ ค่าธรรมเนียมข้อพิพาทที่ใช้บังคับจะเป็นไปตามอัตราการเกิดข้อพิพาทของผู้ขายในขณะที่จัดทำเรื่อง

กรณีใดได้รับการนิยามว่าเป็นค่าธรรมเนียมข้อพิพาทในปริมาณสูงและค่าธรรมเนียมข้อพิพาทมาตรฐาน

หากผู้ขายมีธุรกรรมขายมากกว่า 100 รายการในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา และมีอัตราการเกิดข้อพิพาทในช่วงระยะเวลาดังกล่าวตั้งแต่ 1.5% ขึ้นไป ผู้ขายจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมข้อพิพาทในปริมาณสูงสำหรับแต่ละข้อพิพาท มิฉะนั้น ค่าธรรมเนียมข้อพิพาทมาตรฐานจะใช้บังคับสำหรับแต่ละข้อพิพาท

ผู้ขายในกรณีค่าธรรมเนียมข้อพิพาทมาตรฐานสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับข้อพิพาทได้อย่างไร

ผู้ขายจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมข้อพิพาทมาตรฐานสำหรับข้อพิพาทดังต่อไปนี้
  • การสอบถามในศูนย์ร้องเรียนกรณีซื้อขายของ PayPal ที่ไม่ได้ยกระดับเป็นข้อเรียกร้องกับ PayPal
  • ข้อพิพาทที่ได้รับการแก้ไขโดยตรงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ และไม่ได้ยกระดับไปเป็นข้อเรียกร้องกับ PayPal
  • ข้อพิพาทที่ผู้ซื้อยื่นต่อ PayPal โดยตรงว่าเป็นการทำรายการโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ข้อพิพาทที่มีสิทธิ์สำหรับโปรแกรมนโยบายคุ้มครองผู้ขายของ PayPal
  • ข้อเรียกร้องที่มีมูลค่าการทำรายการที่น้อยกว่าจำนวนเงินค่าธรรมเนียมข้อพิพาทมาตรฐานสองเท่า
  • ข้อพิพาทที่ PayPal หรือผู้ออกหลักทรัพย์ตัดสินให้ผู้ขายเป็นฝ่ายชนะ

ผู้ขายในกรณีค่าธรรมเนียมข้อพิพาทในปริมาณสูงสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับข้อพิพาทได้อย่างไร

ผู้ขายจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมข้อพิพาทในปริมาณสูงสำหรับข้อพิพาทดังต่อไปนี้
  • การสอบถามในศูนย์ร้องเรียนกรณีซื้อขายของ PayPal ที่ไม่ได้ยกระดับเป็นข้อเรียกร้องกับ PayPal
  • ข้อพิพาทที่ได้รับการแก้ไขโดยตรงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ และไม่ได้ยกระดับไปเป็นข้อเรียกร้องกับ PayPal
  • ข้อพิพาทที่ผู้ซื้อยื่นต่อ PayPal โดยตรงว่าเป็นการทำรายการโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้ค้าที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมข้อพิพาทในปริมาณสูงจะได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากผู้ค้ารายอื่นๆ อย่างไร

ผู้ค้าที่มีอัตราการเกิดข้อพิพาทสูงจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นจากข้อพิพาทที่ลูกค้ายื่น เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ค้าที่มีอัตราการเกิดข้อพิพาทมาตรฐานในตลาดของตน ผู้ค้าในระดับนี้จะไม่สามารถรับประโยชน์จากข้อยกเว้นบางรายการได้ และจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมข้อพิพาทจากข้อเรียกร้องและการปฏิเสธการชำระเงินทั้งหมดที่ไม่ได้ได้รับการแก้ไขฉันมิตร โดยไม่คำนึงถึงผลของข้อพิพาท

PayPal จะแจ้งให้ผู้ค้าทราบถึงอัตราการเกิดข้อพิพาทของตนอย่างไร

PayPal จะแจ้งให้ผู้ค้าทราบถึงอัตราข้อพิพาทตามระยะเวลา ซึ่งอาจรวมถึงการอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลของผู้ค้า รายงานสำหรับผู้ค้า และในศูนย์ร้องเรียนกรณีซื้อขาย

จะดูอัตราการเกิดข้อพิพาทสำหรับบัญชี PayPal ของฉันได้ที่ไหน

ระดับชั้นของอัตราข้อพิพาทและค่าธรรมเนียมข้อพิพาท อยู่ในศูนย์ร้องเรียนกรณีซื้อขาย 

จะดูจำนวนเงินค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากบัญชีและเรื่องของฉันได้ที่ไหน

ไปที่รายละเอียดข้อพิพาทในหน้าสรุปของเรื่องของคุณ เพื่อดูว่าคุณถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมข้อพิพาทหรือไม่ 

ผู้ค้าที่มีอัตราการเกิดข้อพิพาทสูงจะได้รับแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะนำค่าธรรมเนียมข้อพิพาทมาใช้หรือไม่

ผู้ค้าที่จะจัดอยู่ในระดับชั้นค่าธรรมเนียมข้อพิพาทสูงจะได้รับระยะเวลาผ่อนผัน 90 วัน หลังจากการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมข้อพิพาทมีผลบังคับใช้กับภูมิภาคของตน โดยสามารถใช้เวลาดังกล่าวเพื่อลดอัตราการเกิดข้อพิพาท เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของตนในอัตราที่สูงขึ้น

ค่าธรรมเนียมจะถูกจ่ายคืนหรือไม่ หากผู้ค้าอุทธรณ์และชนะคดี

ใช่ หากผู้ค้าอุทธรณ์และชนะคดี อาจจ่ายคืนทั้งจํานวนเงินที่พิพาทและค่าธรรมเนียมข้อพิพาทมาตรฐาน  ค่าธรรมเนียมข้อพิพาทปริมาณสูง ถ้ามี จะไม่ได้รับการจ่ายคืน เนื่องจากไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการตัดสินคดี

ค่าธรรมเนียมข้อพิพาทส่งผลกระทบต่อค่าธรรมเนียมการปฏิเสธการชำระเงินสำหรับการทำรายการบน PayPal ที่ไม่มีแบรนด์ (DCC) หรือไม่

ข้อพิพาทเกี่ยวกับการรายการที่ไม่มีแบรนด์จะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมข้อพิพาท แต่จะยังคงถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการปฏิเสธการชำระเงิน โดยเป็นไปตามนโยบายค่าธรรมเนียมการปฏิเสธการชำระเงินที่มีอยู่และความมีสิทธิ์ภายใต้นโยบายคุ้มครองผู้ขาย